วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555

หยุดจิต เพื่อปลดปล่อย




การหยุดคิดฟุ้งซ่าน เราก็ต้องหยุดเข้าไปผสมโรงร่วมคิดกับมัน สมองมันอยากที่จะคิดอะไรก็ปล่อยไป เรามีหน้าที่ดูมันเฉยๆ เมื่อคิดจนเหนื่อย มันก็จะหมดกำลังลง เราต้องไม่ไปเติมเชื้อไฟให้กับมันอีก คนส่วนใหญ่ บางครั้งเรื่องนิดเดียวแต่ก็คิดวนไปวนมาจนกลายเป็นเรื่องใหญ่โต แถมบางคนมีจินตนาการในทางลบสูง เช่น แฟนไม่รับโทรศัพท์ ก็หงุดหงิด พาลคิดว่า เค้ากำลังทำอะไรอยู่ หรือว่า กำลังมัวคุยกับคนอื่นจนไม่สนใจเรา หรือตอนนี้ เค้ากำลังไปไหนต่อไหนกัน เอ๊ะ ประสบอุบัติเหตุที่ไหนหรือเปล่า ยิ่งคิดก็ยิ่งไปกันใหญ่ พอกพูนความทุกข์ใจให้กับตัวเอง โดยที่ความจริง แฟนอาจกำลังประชุมอยู่รับสายไม่ได้ หรือลืมโทรศัพท์มือถือไว้ที่บ้านก็ได้


เมื่อเราใช้สติปัญญาความสามารถของเรามาพิจารณาจนรู้เท่าทัน ไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งใดๆ เราจะรู้สึกได้ว่าจิตใจของเราเองสงบได้มากขึ้นๆ ทุกที ถ้าฝึกได้มากจนถึงระดับหนึ่ง จิตก็จะสงบ เมื่อจิตสงบแล้ว จิตเราก็จะเห็นได้ชัดเจนว่า โลกนี้มันน่าเบื่อ แต่ถ้าเรายังไม่เบื่อ ก็ลองถามตัวเองอยู่บ่อยๆ สักวันเราจะรู้ว่า ทั้งความเบื่อและความไม่เบื่อ มันน่าเบื่อทั้งคู่เลย เพราะมันทำให้เราวุ่นวาย แต่บางคนอาจจะคิดว่า ถ้าคนเราเบื่อโลกกันหมด ชีวิตก็ห่อเหี่ยวกันหมด จริงๆ แล้ว สิ่งที่เราได้ ไม่ใช่ความรู้สึกห่อเหี่ยว แต่เราจะได้ความรู้สึกสงบเย็น ภายในเป็นสุขอย่างแท้จริง เพราะจิตของเราจะมั่นคง ไม่หวั่นไหวกับบรรดาสิ่งที่มากระทบ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น