วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555

อยู่ตรงกลาง ไม่แบ่งแยก


เมื่อเรามีความสุขก็อย่าหลง อย่าอวดดี อย่าเหยียบคนอื่น ทุกข์-สุข เป็นสิ่งคู่กัน เหมือน ดี-เลว ได้-เสีย ถ้าจิตเรามีความหลง จิตจะคิดแบ่งแยกว่าอันนี้สุข อันนี้ทุกข์ อันนั้นดี อันโน้นเลว นั่นได้ นี่เสีย ทั้งหมดคือความไม่รู้หรือความโง่ของเราเอง เพราะความจริงสิ่งทั้งปวงไม่เป็นอะไร ความสุขมันก็ไม่เป็นอะไร ความทุกข์มันก็ไม่เป็นอะไร เพราะถ้าไม่มีเราในจิต สุขทุกข์มันก็ทำอะไรเราไม่ได้ แต่ถ้ามีเรา แล้วเราก็ยังมีกิเลส ใส่ความรัก โลภ โกรธ หลง เกลียด ใส่ความรู้สึกต่างๆ เข้าไปในจิตใจ เมื่อนั้นก็จะเกิดเรา เกิดเขา เกิดการแบ่งแยกระหว่างสิ่งทั้งปวง


ยกตัวอย่าง ในวัดป่าที่ท่านพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก พำนักอยู่ หลังสวดมนต์ทำวัตรเย็นแล้วก็ให้นั่งสมาธิ เวลาค่ำๆ มักมีเสียงตุ๊กแกร้อง ตุ๊กแกๆ ท่านพระอาจารย์ก็สังเกตว่า ความรู้สึกนึกคิดของคนเราต่อเสียงตุ๊กแกนี้มันก็ไม่เหมือนกัน


คนหนึ่ง  เกิดอารมณ์หงุดหงิดรำคาญ ไม่ชอบ เพราะรบกวนสมาธิ
คนหนึ่ง  ไม่ชอบ  เพราะตุ๊กแกทำให้พื้นสกปรก ต้องเหนื่อยทำความสะอาด
คนหนึ่ง  คิดไปว่า ถ้ากำลังพักผ่อน แล้วตุ๊กแกมากัดจมูกจะเป็นอย่างไร ทำให้นึกกลัว
คนหนึ่ง  หิว จนน้ำย่อยออกมา เพราะสมัยเด็กๆ ชอบจับตุ๊กแกมาปิ้งกิน อร่อยดี
คนหนึ่ง  ตีเป็นราคา เพราะสมัยเด็กๆ เคยจับขายมาแล้วตัวละ 10 บาท
คนหนึ่ง  ชอบมากๆ เป็นฝรั่งทำงานอยู่ธนาคาร Citibank มาพักปฏิบัติธรรมที่วัด บอกว่า อยู่ที่พักมีเสียงตุ๊กแกร้อง ผมชอบมาก รู้สึกว่าบรรยากาศดี


ตุ๊กแกเสียงเดียว แต่ต่างคนต่างคิดกันไป อาจเพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ใครที่ชอบตุ๊กแกแล้วเป็นคนดีก็ไม่ใช่ ใครเกลียดตุ๊กแกแล้วเป็นคนเลวก็ไม่ใช่ ไม่มีใครผิดใครถูก ถ้าเราหลงผิดไปเอาจริงเอาจังใส่ความรู้สึกนึกคิดเข้าไปมากเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ ก็ตาม ก็จะเกิดปัญหากัน เป็นทุกข์กันมากขึ้นเท่านั้น เพราะกิเลสที่มาครอบงำจิตใจ เป็นเหตุให้เกิดอุปาทานยึดมั่นถือมั่น ถือทิฏฐิมานะ เอาจริงเอาจังแม้แต่กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเรามักไม่รู้สึกตัว


จิตของผู้ที่มีสติและใช้ปัญญา จึงไม่มีสิ่งใดจะเป็นคู่กับสิ่งใด แค่เราสร้างเหตุ ด้วยการรู้จักคิดอย่างถูกต้องแยบคาย คือคิดจนเห็นความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไร้สาระของมัน ครั้นเห็นชัดแจ้งแล้ว ผลจึงเกิดแก่เรา เป็นความสงบระงับจากความคิดปรุงแต่งในเรื่องนั้นได้อย่างแท้จริง มันก็เท่านั้นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น