วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เปรียบเทียบ ทวีทุกข์

คนเราไม่มีใครเหมือนใคร แม้แต่คู่แฝดที่บางครั้งนิสัยก็ต่างกัน แต่การที่เราเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่น ว่าเราจนกว่า โง่กว่า หรือคิดว่าฉันฉลาดกว่า เก่งกว่า คล่องกว่า ฉันถึงชนะ ความคิดเหล่านี้เป็นการคิดไปในทางลบ ที่นอกจากจะทำให้ตัวเองทุกข์แล้วยังเหนื่อยเองอีกด้วย เพราะคนเรามีความถนัดไม่เหมือนกัน แค่เราคิดและพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ก็น่าจะเหนื่อยพอแล้ว แต่ถ้าเรายังแบกตัวเอง ความเป็นตัวกูของกูไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เทียบกับคนๆ เดียว เราจะยิ่งรู้สึกเหนื่อยเป็นสองเท่า เทียบกับอีกสองคน เราก็จะเหนื่อยขึ้นอีกเป็นทวีคูณ





การอยู่ร่วมกัน ต่างคนต่างมีประสบการณ์ เติบโตมาในสภาพแวดล้อมการเลี้ยงดูที่แตกต่างกัน เราย่อมมีความเชื่อ ความรู้สึกนึกคิดไม่เหมือนกัน เรียกว่า นานาจิตตัง ดังนั้นเมื่อมาอยู่ร่วมกัน ทำงานร่วมกัน ก็ควรยอมรับความจริงข้อนี้ และเปิดใจกว้างรับฟังผู้อื่น พยายามเข้าใจว่าคนอื่นคิดอย่างไร ต้องการอะไร ไม่ใช่เห็นว่าความคิดของเราดีที่สุดแล้ว ถูกต้องที่สุดแล้ว เอาความหวังดีเจตนาดีส่วนตัว พยายามไปบังคับกับส่วนรวม หรือให้กับทีมงาน แม้สิ่งที่เราได้เสนอไป เราเชื่อมั่นแล้วว่าดี แต่ในเมื่อเรามีสิทธิ์เสนอ คนอื่นก็มีสิทธิ์ไม่สนองตอบ ไม่เห็นด้วยกับเราก็ได้ เราก็ต้องรอเวลาที่เหมาะสม หรือเก็บความคิดที่คิดว่าดีนี้ไว้นำเสนอในโอกาสอื่น เปรียบเหมือนยาที่มีสรรพคุณดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นประโยชน์กับคนไข้เสมอไป ขึ้นอยู่กับบุคคล และเวลาที่เหมาะสมด้วย



ลองคิดง่ายๆ ถ้าเราไม่อยากให้ใครทำอย่างไรกับเรา เราก็อย่าไปทำอย่างนั้นกับเค้า หรือถึงแม้เราไม่ทำ แต่เราก็ยังรู้สึกว่าเค้าทำไม่ดี พูดไม่ดีหรือใส่อารมณ์กับเรา เราก็ไม่ควรไปตอบโต้ ปัญหาก็จะไม่บานปลาย จบเพียงที่เราก็พอ เรื่องนี้พูดง่ายแต่ทำยากมาก คงไม่มีใครรู้สึกดีเวลาที่ถูกต่อว่า หรือถูกซ้ำเติม เพราะความอดทนของคนเราก็มีขีดสุด แต่ถ้าลองเปลี่ยนมุมมองให้ได้แบบนี้สักครั้ง อุณหภูมิในใจของเราก็จะลดลง ต่อไปก็จะทำได้ง่ายขึ้น และตัวเราเองก็เป็นสุข



เราไม่ควรไปเรียกร้องอะไรๆ จากคนอื่นมากมาย ทุกสิ่งทุกอย่างก็น่าจะพออยู่แล้ว เอาคำว่าสันโดษมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับชีวิต คือยินดีในสิ่งที่ได้ พอใจในสิ่งที่มีอยู่ ตั้งแต่เด็กจนถึงวันนี้ เราทำอะไรมาบ้าง ทำเรื่องดีๆ มาแล้วกี่เรื่อง เรื่องดีที่สุดที่เรานึกออกคือเรื่องอะไร วันนี้เราได้มานั่งอยู่ในจุดนี้แล้ว ก็ให้พอใจไว้ก่อน ยินดีในสิ่งที่ได้ พอใจในสิ่งที่มีอยู่ การที่เราพยายามไม่ไปยึดมั่นถือมั่น ไม่ใช่ว่าห้ามไม่ให้คิดไม่ให้เกิด คิดได้เกิดได้ แต่ก็ให้ความรู้สึกนั้นมันเกิดไปตามปกติ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ไม่ต้องไปปรุงแต่งมันเพิ่ม ให้ปลงวางๆ ไป ชีวิตมันก็แค่นี้เอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น