ผิดหวัง เมื่อเราคาดหวัง .... เป็นทุกข์ เมื่อเรารู้สึกเป็นสุข .... และทันทีที่คิดว่ากูฉลาด นั่นคือคุณได้กลายเป็นคนโง่โดยสมบูรณ์..... ทุกอย่างมาสองด้านเสมอ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่มีอะไรอยู่ค้ำฟ้าแม้แต่ลมหายใจของตัวเอง เมื่อใดก็ตามที่เราคิดว่า ตัวเองคือศูนย์กลางของจักรวาล ทุกอย่างอยู่ในความควบคุมของเรา ก็เตรียมตัวทุกข์ได้เลย
คลิปนี้บอกอะไรเรา แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่คำโปรยที่เขียนมาข้างต้น....?
คนเรามักยึดติดว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้จะอยู่กับเราไปตลอด และดำเนินชีวิตไปตามเส้นทางที่ตนเองมองเห็น คาดการณ์ และ (คิดไปเองว่า) ควบคุมได้ ไม่ใช่ว่าการยึดแนวทางเช่นนี้เป็นสิ่งผิด แต่เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าสิ่งที่เราคิดว่าใช่ คิดว่าแน่นอน มันจะเป็นไปตามที่เราคาดไว้ทุกประการ ถ้าเรายังไม่ไปถึงจุดๆนั้น
หลายคนอาจเถียงว่า แล้วทำไมเราต้องยอมเสี่ยงกับอะไรที่หาความแน่นอนไม่ได้ เหมือนกับการกระโจนลงน้ำ ทั้งๆที่ก็ไม่รู้ว่าน้ำนั้นจะลึกแค่ไหน และตัวเองก็ยังว่ายน้ำไม่แข็งพอ สู้นั่งอยู่ริมขอบนั่งดูคนอื่นแหวกว่ายกัน.... ไม่ดีกว่าเหรอ..?
คำตอบคือ ดี แต่จะดียิ่งกว่า ถ้าคุณค่อยๆแหย่เท้าลงไป เช็คอุณหภูมิดูบ้าง เช็คสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในนั้นบ้าง หรือลองหาห่วงยางมาสวมแล้วลองหย่อนตัวเองลงไปแหวกว่ายบ้าง แน่นอนว่า คุณอาจจะค้นพบความรู้สึกใหม่ อาจเป็นความรู้สึกในแง่บวกหรือแง่ลบก็สุดแล้วแต่ แต่ไม่ว่าจะแง่ไหน คุณจะได้ยินเสียงเต้นระรัวของหัวใจตัวเอง ผสมปนเปอยู่ด้วยแน่นอน... ความรู้สึกนี้เองที่เรียกว่า ความสนุก
อารมณ์สนุกของคนเรามีหลายแบบ สนุกพราะลุ้น สนุกเพราะควบคุมได้ สนุกเพราะมันเป็นไปตามที่เราคาดหวัง เหมือนการเชียร์ฟุตบอล ความสนุกจะมากขึ้น ถ้าในความสนุกนั้นแฝงด้วยความปลอดภัย ทีมที่เราเชียร์เล่นได้ถูกใจหรือมีคะแนนนำอยู่ หรือในแง่กลับกัน สิ่งที่ดีกว่าก็อาจมาจากความรู้สึกที่ไม่สนุก เช่น การหลงทาง บางทีก็ทำให้เราได้เจอเส้นทางใหม่ที่ดีกว่าได้โดยบังเอิญ
เช่นเดียวกับการขับรถจากบ้านไปที่ทำงาน ไปทำงาน กลับบ้าน ออกจากบ้าน ไปที่ทำงาน แม้สถานที่เริ่มและปลายทางจะเป็นที่เดิมๆ แต่เส้นทางใช่ว่าจะต้องเหมือนเดิม เพราะถ้าเรายังยึดกับเส้นทางเดิม เราจะไม่มีวันรู้เลยว่า จริงๆแล้ว มันยังมีทางลัด ทางรถไม่ติด ทางถนนไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ รอให้เราไปค้นเจออยู่
การใช้ชีวิตของเรา ก็คือการเดินทางตั้งแต่เราเกิด เดินบ้างวิ่งบ้าง หรือบางคนก็แว้นบ้าง ไปจนถึงปลายทางคือความตาย เหมือนคำพูดในคลิปนี้ตอนหนึ่งว่า ... ถ้าการเิดินทาง เริ่มจากปลายเชือกด้านหนึ่ง ไปสิ้นสุดที่ปลายอีกด้าน แน่นอนว่า สุดท้ายเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ปลายเชือกที่เราเลือกใช้เวลาไปกับมัน จะให้ผลอย่างไร แต่ตอนนี้ สิ่งที่รู้แ้ล้วแน่ๆก็คือ มีเชือกมากมายหลายเส้นให้เราเลือก .....มันน่าเบิกบานใจที่ได้เห็นแบบอื่นๆในเรื่องเดิมๆ...
แค่เราลองเปิดใจให้กว้างขึ้น เปิดไปแล้ว 4 ห้อง ก็ลองเช็คดูว่า ยังมีห้องอื่นในใจให้เปิดอีกมั้ย ห้องที่กักเก็บความกลัว อีโก้ ความคาดหวัง การยึดติด ....ยังมีหลงเหลือให้เราได้เปิดออกมาอีกหรือเปล่า?




