จิตใจของเราก็เหมือนลิง ไม่ยอมหยุดนิ่ง ชอบคิดฟุ้งซ่าน ธรรมชาติจิตชอบคิดฟุ้งซ่านไปในอดีต ยิ่งคิดก็เหมือนการฉายหนังซ้ำ ในอดีตถ้ามีความทุกข์ ก็ยิ่งปรุงแต่งฟุ้งซ่านตอกย้ำลงไปในความทุกข์ บางครั้งก็เผลอคิดข้ามไปถึงอนาคต ว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แค่เรื่องในอดีตที่กลายเป็นปัญหาในปัจจุบันยังไม่ทันจบ เราก็ยังไปบั่นทอนตัวเองในสิ่งที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นอีกด้วย
การฝึกจิตที่ดี มีผลทำให้จิตมีกำลังมีพลัง จิตก็จะเฉียบไวอย่างมหาศาล จนจิตนั้นสามารถเอาชนะความทุกข์ได้ การที่จะหมดทุกข์ได้ จิตจะต้องไม่เกาะเกี่ยวอยู่กับสิ่งที่น่ารักและน่าเกลียด โดยการมองให้เห็นโทษของสิ่งเหล่านั้น เมื่อมองเห็นโทษมันก็จะเบื่อ เบื่อทั้งสิ่งที่น่ารักและน่าเกลียด สภาวะจิตอย่างนี้ย่อมจะเกิดขึ้นได้ยากในส่วนลึกจิตใจของคนที่ยังไม่ได้เข้ามาฝึกปฏิบัติ ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของความเบื่อหน่าย แต่ทุกคนสามารถเกิดสภาวะจิตเช่นนี้ได้ ถ้าเรามีการฝึกหัดพัฒนาจิตของตัวเราเองอย่างต่อเนื่องเพียงพอ
การฝึกคือ จงหยุดคิดฟุ้งซ่าน แล้วพิจารณาหาเหตุผลในการงานที่เราทำอยู่และปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ ตรวจดูว่าเรายังประมาทอยู่หรือไม่ ได้ทำในสิ่งที่ควรทำ และละในสิ่งที่ควรละแล้วหรือยัง แล้ววางแผนสำหรับอนาคตไว้เป็นลำดับชัดเจนดีแล้วเพียงใด ถ้าทำได้เช่นนี้ ก็จะมีผลให้จิตวางอดีตและอนาคตได้ จิตจึงสามารถอยู่กับปัจจุบันได้ทุกขณะ ละความยึดติดในอดีต ไม่ต้องไปคิดถึงอดีต อดีตก็ปล่อยให้เป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว ไม่ต้องไปแบกเอาไว้ และไม่ต้องไปห่วงอนาคต เพราะพรุ่งนี้มันจะดูแลตัวมันเองได้ตามเหตุปัจจัย ซึ่งก็คือ จากการกระทำที่ถูกต้องในปัจจุบัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น