วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555

อย่าผูกขาดสมาธิ


การทำสมาธิ อย่าไปอยากได้ความสงบ อย่าไปอยากให้จิตเป็นสมาธิ เพราะถ้าอยากแล้ว มันก็จะเป็นปัจจัยที่มาขัดขวางไม่ให้จิตรวมลงเป็นสมาธิ เพราะธรรมชาติของจิตย่อมปรุงแต่งนึกคิดตลอดเวลา แม้บางทีบางจังหวะมันก็อยู่เฉยๆ ถ้าหากเราไม่ไปปรุงแต่งมัน ถ้าจิตยังไม่สงบ ก็ให้ดูมันเฉยๆ อย่าไปวุ่นวาย รอมันสักครู่ เดี๋ยวมันก็จะสงบไปเอง ให้รักษาความสงบ ปลอดโปร่ง และว่างเปล่าเอาไว้


การทำสมาธิอย่าไปต้องการเห็น แสง สี รูป เทวดา นรก สวรรค์ นิมิต ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นไปได้มากที่จะเป็นอาการลวงของจิต มันไม่ใช่สิ่งวิเศษดีเด่นอะไร ถ้ามันเกิดขึ้น ก็ให้ดูมันเฉยๆ


อย่าคิดว่า เราไม่มีบารมี เพราะการปฏิบัติไม่ต้องอาศัยบารมีมาก ถ้าเราตั้งเจตนาไว้ถูก มีความเห็นถูก ลงมือฝึกจิตใจให้สงบสุข รู้เท่าทันปัญหา มีปัญญาออกจากความทุกข์ใจได้ เท่ากับบารมีจะเกิดเพิ่มขึ้นทันทีทันใด


บางคนคิดว่า การทำสมาธิอย่างเดียวให้จิตสงบมากๆ ลึกๆ แล้ว จะทำให้หมดกิเลสสำเร็จโดยอัตโนมัติ จนทำให้เวลาเกิดปัญหาอะไรก็จะหลบเข้าสมาธิอย่างเดียว ความคิดแบบนี้ไม่ถูกต้อง


สมาธิเป็นเพียงพื้นฐานของจิต เพื่อให้จิตสงบ มีฐานที่มั่นคงแข็งแรงก่อนเท่านั้น เพราะพอออกจากสมาธิแล้วก็จะฟุ้งซ่านเหมือนเดิม จะต้องรู้จักใช้สติระลึกรู้ นำมาพิจารณาโดยแยบคาย แล้วน้อมมาสู่ตนเพื่อให้เกิดปัญญารู้ตามความเป็นจริงด้วยด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น