วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555

รู้จักหยุด อย่าเชื่อความคิด (ที่ถูกครอบงำด้วยกิเลสตัณหา)




ถ้าจะเชื่อ เพราะสักแต่ว่าเชื่อ ก็อย่าเชื่อเลยดีกว่า และสิ่งที่ไม่ควรเชื่อที่สุด คือความคิดของตัวเอง ตัวเองที่ยังมากไปด้วยความเห็นผิด เช่น ถ้าเราถือมั่นว่าเราเป็นคนดี เราจะกลายเป็นคนที่ไม่ดี ทันทีที่มีคนมาด่าเราว่าเป็นคนเลว ก็จะเกิดความไม่พอใจเค้าขึ้นมา ไม่มีอำนาจใดๆ ที่จะมาทำให้เราเป็นคนดีหรือเลว เป็นสุขหรือทุกข์ได้ แต่เป็นเพราะเราเลือกที่จะกระทำต่างๆ อย่างถูกต้องด้วยสติปัญญา หรือเลือกทำตามอำนาจของกิเลส คือความอยากหรือหลงผิดของเราเอง เช่น ถ้าชื่อ นายรวย แต่มีอาชีพหาเช้ากินค่ำไปวันๆ ได้เงินเท่าไหร่ก็หมดไปกับเหล้า ถามว่าจะยังรวยตามชื่อได้มั้ย หรือแม้ถ้าชื่อ นายดี แต่ถ้ายังคิด ทำ พูด แบบชั่วๆ ก็ถือว่าเป็นคนดีไม่ได้


มนุษย์สามารถเดินทางไปได้ไกลเกินโลก ไปกันจนถึงดาวดวงอื่นๆ แต่กลับลืมเดินทางไปค้นหาสิ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด ก็คือตัวเราเอง เมื่อเข้าไม่ถึง ไม่รู้จักตัวเอง จึงต้องดิ้นรนเดือดร้อน ไม่เคยพิจารณาร่างกาย ไม่เคยฝึกหัดจิตใจ มัวไปแสวงหาวัตถุภายนอกหรือสิ่งอื่นคนอื่น ที่นึกว่าจะให้ความสุขได้ ทุกอย่างไม่มียั่งยืน วันใดที่เกิดการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่พยายามดิ้นรนมาครอบครองนั้นก็กลับกลายมาเป็นความทุกข์ ยิ่งวิ่งหาความสุขเท่าไหร่ ความทุกข์ก็จะตามมาติดๆมากขึ้นเท่านั้น 


ซึ่งความจริงแล้ว ชีวิตนี้ยังมีความสุขประเภทไม่ต้องดิ้นรนแสวงหาอะไรมาบำรุงบำเรอ นั่นคือ การทำใจให้สงบเป็นสมาธิ ได้พักผ่อนจิตใจบ้าง นี่คือ ขั้นตอนแรก ส่วนขั้นตอนต่อมา เมื่อจิตพักผ่อนเต็มที่จนเกิดมีพละกำลังขึ้นมาแล้ว ให้รู้จักการพิจารณาด้วยปัญญา ก็คือรู้จักเอาปัญหาต่างๆ มาคิดพิจารณาโดยแยบคายก็จะทำให้คิดออก แต่ต้องฝึกคิดให้ถูกต้องจึงจะหมดทุกข์ไม่มีปัญหา (ทุกข์ทางใจ ก็คือการคิดแบบผิดๆ นี่เอง จึงทำให้แก้ปัญหาไม่ได้) คิดบ่อยๆว่า เราได้อะไรจากชีวิตนี้? ความสุขที่แท้จริงคืออะไร? ตายแล้วหอบหรือกอบโกยอะไรไปได้บ้าง? สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดที่เราควรจะได้รับคืออะไร? แล้วเราจะได้คำตอบจากการใช้ปัญญาเข้าไปวิเคราะห์วิจัยโดยแยบคายของเราเอง


เราจงมีเวลาให้กับจิตของตัวเองเสมอ จงหยุด หยุดจากการก้าวร้าว หยุดกลุ้ม หยุดจากอารมณ์ทั้งปวง ถ้าเราคิดว่าเราไม่มีเวลาเช่นนั้น นั่นเรากำลังฆ่าตัวเอง เพราะว่าชีวิตและเวลาบนโลกนี้น้อยนัก ถ้าเรามัวแต่ห่วงโลก ห่วงสังคม ห่วงงาน ห่วงลูกหลาน ห่วงภรรยาสามี เราย่อมจะสูญเสียโอกาส เพราะฉะนั้นเราควรให้จิตของเราเองได้หยุดก่อนที่หัวใจเราจะหยุดเต้น ไม่อย่างนั้น เราก็จะไม่ได้อะไรเลยจากชีวิตที่เกิดมา การหยุดใจนี้สำคัญมาก เพราะความคิดฟุ้งซ่านวุ่นวาย มันก็จะหยุดตามไปด้วย และหลังจากที่ใจเราหยุด เราค่อยหาทางแก้ไขกับปัญหาให้ดีที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น